Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

“บิ๊กตู่” เดือด!! ชงยัด วิชาศาสนา-ศีลธรรม สั่งสอนเด็ก ซัด ! เรียกร้องมากขึ้นทุกวัน อันตรายกับชาติ !!


 เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ห้อง Auditorium ชั้น 6 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ” (Thailand Education Eco-System) และการแสดงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนการศึกษาไทย

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องการศึกษาหลายคนบอกว่าอยากเอาแบบประเทศฟินแลนด์ ไม่ต้องไปโรงเรียน เด็กมีความสุข เราทำอย่างนั้นได้หรือไม่ ไปคิดดู แต่ตนคิดว่ายังไม่ถึงเวลานั้น ลำบาก เพราะหลายอย่างเรายังมีปัญหามากในขณะนี้ ถ้าเราสามารถช่วยแก้ปัญหาช่วงนี้ไปก่อน ปัญหาอื่นยังไม่ใช่ความเป็นความตายของประเทศ ต้องแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้ได้ก่อน อย่างอื่นก่อนแก้ไปตามระบบ ระเบียบ ขั้นตอน ตนไม่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศเขาเคยเกิดปัญหาขึ้นมาก่อน แต่เขาแก้ได้ด้วยความสมัครสมานสามัคคี เคยรบกันมาเยอะตายเป็นล้านคน แล้วเขาก็เลิกรบกัน เลิกขัดแย้งกัน เพราะเขาเห็นว่าจะเป็นอย่างนั้น หลายเรื่องของเราก็มีบทเรียนไปแล้ว และวัฏจักรเหมือนอย่างเดิมหมด ถ้าเรายังเข้าไปในวัฎจักรก็กลับมาที่เก่า กลับไปเหมือนที่เกิดขึ้น กลับไปเหมือนที่ตนมาอยู่ตรงนี้

ซึ่งตนไม่เคยคิดอะไรทั้งสิ้น หน้าที่อย่างเดียวคือตราบใดที่ตนยังเป็นนายกฯ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในการแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้สงบมีเสถียรภาพ และตนเป็นนายกฯรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้ว และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาประเทศและเพื่อให้ทัดเทียมกับต่างประเทศเราต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะเรามีความแตกต่างกันเยอะอยู่พอสมควร


นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความกลัวกังวลที่ตนมีต่อเยาวชนของชาติในเวลานี้และไม่ว่าเวลาไหนเพราะเขาคืออนาคตของพวกเรา และพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไปในวันข้างหน้าเด็กมัธยม นักศึกษา อุดมศึกษา อาชีวะ เราจะทำอย่างไรกับเขาระบบการศึกษามีหลายอย่าง ไม่ว่าจะโรงเรียนวัดหรือโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติมาตรฐานยังไม่เท่ากัน

แต่เราต้องทำพื้นฐานให้ดีทุกคนมีหุ้นส่วนในทุกเรื่องทั้งสิ้น นายกฯ รับผิดชอบอยู่แล้ว ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างเยาวชนของไทยวันข้างหน้าเข้าศึกษาจบ มีอนาคต มีงานทำ เพราะวันข้างหน้าเขาก็ต้องกลับมาเป็นผู้นำในอนาคตของเขา แต่ถ้าไม่เตรียมวันนี้อนาคตจะไปถึงหรือไม่ มันจะก้าวกระโดดไปตรงนั้นเลยได้หรือไม่ แต่ตอนนี้มันอยู่ขั้นตอนตรงนี้อยู่

“ขั้นตอนของประเทศชาติที่กำลังต้องพัฒนาต่อไปและต่อไปเรื่อยๆ ภายใต้สิ่งที่เราเรียกว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งสิ้นในการทำให้ตระหนัก เรายังคงอยู่ในประเทศไทย แล้วนอกจากประวัติศาสตร์ที่อยากให้เด็กเรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้ว อยากให้เพิ่มเรื่องศาสนาและศีลธรรม

รวมถึงเติมเรื่องกฎหมายพื้นฐานด้วย ไม่อย่างนั้นทุกคนก็สนใจแต่รัฐธรรมนูญที่มีเพียง 200 กว่ามาตรา จนลืมไปแล้วว่ากฎหมายลูกมีเป็นพันๆ ซึ่งเหล่านั้นละเมิดไม่ได้ ต้องสอนให้คนคิดเป็นกระบวนการในหัว”

“ควรคิดอย่างเดียวคือคิดในสิ่งที่เกิดประโยชน์ ถ้าไม่เกิดประโยชน์จะไปคิดทำไม คิดไปมันก็เปลืองสมอง ร้อนรนอยากได้นี่อยากได้นู่น เอามาถามว่าแล้ววันนี้เราได้อะไรมาแล้วบ้าง ทุกคนลืมไปแล้วว่าเราได้อะไรมาแล้วบ้าง อยากได้มากขึ้นๆ ทุกวัน ตื่นมาก็อยากได้มากขึ้น

นั่นคือสิ่งที่อันตรายกับประเทศของเราในอนาคต ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่อยพัฒนา ถ้าทุกคนเห็นว่านี่คือความเร่งด่วนของประเทศไทย นี่คือปัญหาหลักที่สำคัญของประเทศไทย ในการที่จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตของเขา”