Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

เจอตัวแล้ว เก๋งแอคคอร์ดบีบแตรไล่”บิ๊กตู่” พบเป็นถึงอัยการ

 

สืบเนื่องจากกรณีที่ในวันนี้ 17 ส.ค.63 มีรายงานแจ้งว่าก่อนเดินทางเข้ามาปฎิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากบ้านพักภายใน กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) บริเวณเส้นทางขึ้นทางด่วนดินแดงเพื่อมาลงที่ด่านยมราช

 

ทั้งนี้มีเหตุการณ์สุดระทึกเกิดขึ้นขณะเดินทาง โดยหลังจากที่ใช้เส้นทางขึ้นด่วนดินแดงเพื่อมาลงที่ด่วนยมราช ปรากฏว่าได้มีรถยนต์เก๋งได้พยายามที่จะขับประกบ โดยเปิดไฟผ่าหมากพร้อมบีบแตรไล่เป็นระยะ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวมีคนขับรถ เป็นผู้ชายวัยกลางคน ขับตามประกบและบีบแตรไล่ ตลอดทางแม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามที่จะกันไม่ให้เข้าใกล้ขบวนของนายกรัฐมนตรีก็ตาม

โดยรถเก๋งฮอนด้าแอคคอร์ดคันดังกล่าว ก็พยายามขับตามมาจนถึงทางลงด่วนยมราช เจ้าหน้าที่จึงสะกัดอีกครั้ง แต่ก็ยังขับตามไปจนถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณแยกพาณิชย์ และขับตรงเลยไปยังถนนราชดำเนินและหายไปในที่สุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้มีการประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เพื่อตรวจสอบว่าชายคนดังกล่าวเป็นใครและมีวัตถุประสงค์อะไร ล่าสุดทางสันติบาลได้เช็คข้อมูลและทราบแล้วว่าผู้ขับเป็นใคร

 

ล่าสุดมีรายงานว่าทราบชื่อผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นข้าราชการอัยการระดับอดีตอธิบดีอัยการคนหนึ่งตอนนี้เป็นอัยการอาวุโส ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ว่า..

 

“วันนี้ตนได้ขับรถเพื่อไปประชุมแล้วตนเกิดท้องเสียโดยช่วงเกิดเหตุตนได้วิ่งในเลนซ้ายแล้วเปิดไฟฉุกเฉินระหว่างที่กำลังจะลงทางด่วนไม่ได้ขับกีดขวางทางจราจรของใครแต่จู่ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์ทหารตรากงจักรขับเข้ามาปาดหน้าตน ซึ่งต้องลองคิดดูว่าการที่ตนขับรถอยู่เลนซ้ายไม่ได้เกะกะใครแต่มีรถทหารตรากงจักรมาปาดหน้าย่อมโมโห กรณีนี้ตนมองว่าเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยมาปาดหน้าตนเเละขวาง

ส่วนเรื่องของขบวนรถนั้น ในตอนแรกตนไม่รู้ว่าขบวนดังกล่าวเป็นขบวนของใคร ซึ่งตนขับมาก่อนขบวนดังกล่าวตั้งนาน และในตอนบีบแตรยังนึกว่าข้างหน้าเป็นขบวนของทหารด้วยซ้ำ เพราะมีรถทหาร ตนเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะไปทะเลาะกับนายกรัฐมนตรีทำไมเรื่องนี้ไม่มีเหตุด้วยซ้ำ ทั้งนี้ยังยืนยันว่าจะไม่โทษนายกฯ แต่พวกรักษาความปลอดภัยมันทำเกินไป” อดีตอธิบดีอัยการระบุ