Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

“ประยุทธ์” โต้ “ฝ่ายค้าน” นักกู้ ยังดีกว่า นักโกง หลัง โดนจวก เป็นนักกู้แห่งชาติ !


 ฝ่ายค้าย เปรียบ ‘ประยุทธ์’ นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา กู้เงินมามากสุดในประวัติศาสตร์ชาติ 1.9 ล้านล้านบาท แบบตรวจสอบไม่ได้ เอาผิดอะไรไม่ได้ บิดเบือนกฎหมายได้ ซ้ำ

มีการข่มขู่ประชาชนมากมาย หนี้ 8 ล้านล้าน เป็นหนี้ร่วมกันทั้งประเทศ แต่สุดท้ายกลายเป็นไม้ไอติม เป็นการตีเช็คเปล่ามาโกง ที่คนส่วนน้อยมีแต่ได้กับได้ แถมรัฐบาลยังใช้เงินไม่เป็น หาเงินไม่เก่ง ถ้าแน่จริง ตั้ง ‘ทักษิณ’ มาดูแลเศรษฐกิจไทยดีขึ้นแน่นอน – จิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.เพื่อไทย

ฝ่ายรัฐบาล เปรียบ ‘ทักษิณ’ นักโกงแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา กู้มาเพื่อหากินใส่กระเป๋าตัวเองหรือพวกพ้อง สร้างหนี้ไว้ โดยเฉพาะหนี้สินที่ค้างหนี้ชาวนาในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและหนี้สินอื่นๆที่รัฐบาลในอดีตทิ้งค้างไว้อย่างมากมาย

“ประชาชนชื่นชอบลุงตู่นักกู้มากกว่านักโกง เพราะลุงตู่กู้เพื่อให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างทั่วถึง ให้คนไทยอยู่รอดปลอดภัยจากไวรัสร้าย ส่วนนักโกงแบบคนนั้น มีแต่คนสาปแช่งนะครับ” – สุภรณ์ อัตถาวงศ์ (แรมโบ้อีสาน) ตัวแทนรัฐบาล

>>>> นักกู้ VS นักโกง

ความแตกต่างกันของผู้นำสองคนนี้ คือ ‘ความยุติธรรม’ และความยุติธรรมเป็นเพียงสิ่งเดียวที่แก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทยได้ ต่อให้ทั้งสองคนนี้โกงจริง แต่หากความยุติธรรมมันเป็นมาตรฐานเดียวกัน บ้านเมืองมันคงไม่วุ่นวายแบบนี้…..

สังคมไทยจมอยู่กับความยุติธรรมแบบสองมาตรฐานตลอดมา ฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ ย่อมชิบหายเสมอ แต่ละคดีจะมีการตัดสินรวดเร็ว มีการตั้งธงเอาผิด เป็นระบบ ‘ยุติธรรมตามสั่ง’ (บางครั้งก็พิเศษ ใส่ไข่)

ขณะที่คดีของฝ่ายเดียวกัน มีลูกเล่นแพรวพราวช่วยเหลือกันเต็มที่ ยังไงก็เอาผิดไม่ได้(แม้จะเป็นการทำผิดเหมือนกัน)

เช่น คดีชุมนุมสองขั้วการเมือง ดคีเผาเมือง-ปิดสนามบิน คดีทุจริตทักษิณ-อภิสิทธิ์ ธนาธรถือหุ้นสื่อ-พลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ หรือล่าสุดคือ คดีพรรคถือหุ้นสื่อ

หรือแม้แต่การนำโทษทางคดีมาขู่เพื่อดูด สส.เข้าพรรคพลังประชารัฐ หนึ่งในนั้นคือ ‘แรมโบ้ อีสาน’ ที่ยอมเลียตีนทหาร จนรอดพ้นการตัดสินของศาลมาได้อย่างอัศจรรย์