Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

“ไพศาล”ร่ายยาวไทยซื้อเรือดำน้ำจีนถูกเหมือนได้เปล่า

 


วันที่ 26 สิงหาคม 2563 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Paisal Puechmongkol ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายไพศาล พืชมงคล อดีตผู้ช่วยรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ได้ออกมาเผยแพร่โพสต์ เป็นโพสต์ที่ นายไพศาล ออกมาร่ายยาวถึงกรณี ประเทศไทยจะซื้อ เรือดำน้ำ จากจีน มูลค่า 22,500 ล้านบาท นั้น นายไพศาล บอกว่า ราคาที่เราได้ ถูกมากเหมือนได้เปล่า โดย นายไพศาล ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า

 

ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ 1. ผมตั้งตัวเป็นผู้คัดค้านการจัดซื้อเรือดำน้ำ3ลำมาตั้งแต่ 30 ปีก่อนแล้ว เพราะขณะนั้นไม่มีประเทศใดในย่านนี้ที่มีเรือดำน้ำเลย และศักยะภาพของกองทัพเรือในขณะนั้นก็เพียงพอที่จะดูแลอธิปไตยของชาติได้ 2. ในระยะ 7 ปีมานี้ ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ได้จัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการกันโดยทั่วไป เพื่อดูแลผลประโยชน์ทางทะเลและอธิปไตยของชาติ ประเทศเล็กๆบางประเทศมีถึง 12 ลำ แม้ว่าเราจะเป็นมิตรประเทศกัน แต่ในเรื่องอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาตินั้น ย่อมจำเป็นที่จะต้องพิทักษ์รักษา ให้มีความมั่นใจ จึงเป็นเหตุความจำเป็นที่ต้องมีเรือดำน้ำ มิฉะนั้นแล้วกองเรือผิวน้ำก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วย

 

“ไพศาล”ร่ายยาวไทยซื้อเรือดำน้ำจีนถูกเหมือนได้เปล่า

26 สิงหาคม 2020 | ข่าวเด่น

วันที่ 26 สิงหาคม 2563 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Paisal Puechmongkol ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายไพศาล พืชมงคล อดีตผู้ช่วยรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ได้ออกมาเผยแพร่โพสต์ เป็นโพสต์ที่ นายไพศาล ออกมาร่ายยาวถึงกรณี ประเทศไทยจะซื้อ เรือดำน้ำ จากจีน มูลค่า 22,500 ล้านบาท นั้น นายไพศาล บอกว่า ราคาที่เราได้ ถูกมากเหมือนได้เปล่า โดย นายไพศาล ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า

ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ 1. ผมตั้งตัวเป็นผู้คัดค้านการจัดซื้อเรือดำน้ำ3ลำมาตั้งแต่ 30 ปีก่อนแล้ว เพราะขณะนั้นไม่มีประเทศใดในย่านนี้ที่มีเรือดำน้ำเลย และศักยะภาพของกองทัพเรือในขณะนั้นก็เพียงพอที่จะดูแลอธิปไตยของชาติได้ 2. ในระยะ 7 ปีมานี้ ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ได้จัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการกันโดยทั่วไป เพื่อดูแลผลประโยชน์ทางทะเลและอธิปไตยของชาติ ประเทศเล็กๆบางประเทศมีถึง 12 ลำ แม้ว่าเราจะเป็นมิตรประเทศกัน แต่ในเรื่องอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาตินั้น ย่อมจำเป็นที่จะต้องพิทักษ์รักษา ให้มีความมั่นใจ จึงเป็นเหตุความจำเป็นที่ต้องมีเรือดำน้ำ มิฉะนั้นแล้วกองเรือผิวน้ำก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วย

3. เรือดำน้ำนั้นต้องมีอย่างน้อย 3 ลำ เพราะสองฝั่งทะเลของประเทศไทยยาวเหยียด การพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ ด้านอ่าวไทยและแปซิฟิกก็สำคัญ ทางด้านมหาสมุทรอินเดียก็สำคัญ จึงต้องมีเรืออย่างน้อยด้านละ 1 ลำ และต้องมีสำรองไว้อีก 1 ลำ เพราะเรือแต่ละลำนั้น สามารถปฏิบัติภารกิจใต้น้ำได้ 25 วัน ต้องเข้าฝั่ง และต้องส่งเรือสำรอง ไปปฏิบัติภารกิจแทนสลับกันไป นี่คือความจำเป็นที่ต้องมี 3 ลำเป็นอย่างน้อย 4. รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ในระยะ 10 ปีมานี้ล้วนเห็นชอบในแผนการจัดหาเรือดำน้ำ 3 ลำ และเมื่อมีความพร้อมและจำเป็นขั้นสูง รัฐบาลและรัฐสภาในปีที่แล้วก็ได้อนุมัติโครงการนี้โดยจัดซื้อลำแรกก่อน ซึ่งต้องชำระเงินปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท มาปีนี้จึงดำเนินการต่อ จัดหาลำที่ 2 และที่ 3 เพื่อให้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งจะใช้งบประมาณปี 64 เพียงประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น 4 การจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรกเหมือนกับการซื้อรองเท้าก่อน1ข้าง มาปีนี้จึงตั้งงบซื้อข้างที่2และสำรองอีกข้างหนึ่งจึงจะใช้ได้

ทุกพรรคการเมืองในปัจจุบันนี้เมื่อปีที่แล้วก็เห็นชอบเรื่องนี้เกือบเป็นเอกฉันท์ มาปีนี้ถ้าหากไม่เห็นชอบก็เท่ากับให้ใช้รองเท้าข้างเดียว ก็จะสูญเสียเงินเปล่าและใช้การไม่ได้ ที่สำคัญคืออธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาตินั้นเสี่ยงไม่ได้ 5. รายละเอียดเกี่ยวกับสมรรถนะของเรือดำน้ำทั้ง 3 ลำนี้ เท่าที่ดูจากการเปิดเผยข้อมูลก็เห็นใจฝ่ายทหาร เพราะมีความจำเป็นที่ไม่อาจเปิดเผยในรายละเอียดได้ แต่ผมยืนยันได้ว่าเรือดำน้ำทั้ง 3 ลำนี้สมรรถนะไม่เบา แม้มีรัศมีปฏิบัติการทางด้านแปซิฟิกถึงทะเลจีนใต้ ฝั่งมหาสมุทรอินเดียถึงย่านศรีลังกา แต่รัศมีทำการของขีปนาวุธและตอปิโดนั้น ไม่ได้อยู่แค่นั้นนะครับ อาจจะมีรัศมีทำการถึง 5,000 ไมล์ก็ได้ ใครจะล่วงรู้ 5555 แต่ยืนยันได้เลยว่า สมรรถนะไม่ด้อยกว่าใครเลยในภูมิภาคนี้ 

6. ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินที่ต้องใช้เพราะปี2564ใช้เพียงแค่ 3 พันล้านบาทและอยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณที่ตั้งประมาณการไว้ตั้งนานแล้ว และที่สำคัญน้อยกว่ามีประโยชน์กว่าเงินที่ไปล้างผลาญซื้อเครื่องพ่นยาฆ่าไวรัสนับหมื่นล้านบาทโดยไม่เข้าท่ามากมายนัก สำหรับราคาเรือ3ลำนี้ ผมยืนยันได้ว่า ราคาถูกมากเกือบจะเหมือนได้เปล่า จนกล่าวได้ว่าซื้อ 3 ลำรวมกันราคายังไม่เท่ากับซื้อจากบางประทศแค่ลำเดียวเท่านั้น ข้อสำคัญอยากจะบอกให้ทราบว่า ราคาเรือ 3 ลำนี้ที่ลดราคามากมายเหมือนใด้เปล่านั้น เกิดจากการตัดสินใจของท่านประธานสีจิ้นผิงโดยตรง โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ไทยจีนนั่นเอง

ลองนึกย้อนก็คงจำภาพครั้งท่านผู้บัญชาการทหารเรือ ไปร่วมฉลองวันกองทัพเรือจีน แล้วประธานสีจิ้นผิงให้เกียรติจัดให้ยืนแถวหน้าสุด ในขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมของหลายประเทศยืนอยู่แถวที่ 2 ด้วยซ้ำไป และท่านประธานสีเดินกุมมือท่านผู้บัญชาการทหารเรือไม่ปล่อยก็จะเข้าใจได้ว่านั่นเพราะอะไร? มีความลึกซึ้งขนาดไหน จึงไม่ต้องห่วงว่าจะมีเงินใต้โต๊ะบนโต๊ะในเรื่องนี้

ผมนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างนี้แหละ และเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภา ย่อมทราบและเข้าใจในเรื่องนี้ ทั้งเห็นความจำเป็นในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นต่างกันบ้าง ทะเลาะกันบ้างแต่ก็ยังเป็นคนไทยด้วยกัน แต่เรื่องผลประโยชน์แห่งชาติและอธิปไตยนั้น ควรจะมีความคิดเห็นที่ยึดถือชาติบ้านเมืองเป็นหลัก ไม่ใช่เล่นการเมืองเป็นหลักครับ

(ภาพบน : พลเรือเอกลือชัย ยืนอยู่ด้านขวามือท่านประธานสีจิ้นผิง และ ทางขวามือของพลเรือเอกลือชัยคือ พลอากาศเอกสูชินเลี่ยง รองประธานคณะกรรมการทหารกลาง กองทัพปลดแอกประชาชนจีน เบอร์หนึ่งฝ่ายทหารของจีน ขึ้นตรงต่อท่านประธานสีจิ้นผิงเท่านั้น ควรสังเกตว่าแขกเมืองที่ยืนชิดทาง “ขวามือ” ของประธานสีนั้น จะต้องมีฐานะระดับไหน เพราะโปรโตคอนของจีนถือว่าการนั่งยืนตำแหน่งขวานั้นมีเกียรติมาก)