Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

เต้ เปิดใจ! “ฆ่าได้หยามไม่ได้” ลั่นสิระไม่สำนึก ไม่รับปากเจอข้างนอกเป็นไง

 

เต้ มงคลกิตติ์ เปิดใจ! “ฆ่าได้หยามไม่ได้” ลั่นสิระ เจนจาคะไม่สำนึก รับปากชวนไม่มีปัญหาในสภา แต่ไม่รับปากเจอข้างนอกเป็นไง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่อาคารรัฐสภา ระหว่างที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่นั้น ได้เห็นนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินเข้ามาพอดี จึงได้ปรี่เข้าไปหานายสิระ ที่กำลังจับกลุ่มยืนคุยกับสื่ออีกกลุ่ม

โดยนายมงคลกิตติ์จับแขนขวาของนายสิระ ซึ่งนายสิระได้ขอให้ผู้ที่อยู่บริเวณดังกล่าว ช่วยบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนจะสะบัดมือออกทันทีและพูดว่า “อย่ามาจับผม จับตัวผมไม่ได้ คุณเป็นนักเลง”

ก่อนที่นายมงคลกิตติ์ จะเดินตามนายสิระ และพยายามพูดว่านายสิระด่าตน แต่นายสิระได้พยายามเดินเลี่ยงหนี และขอให้ตำรวจสภาฯ มาพาตัวนายมงคลกิตติ์ออกไป เพราะเป็นอันธพาล และระบุว่าให้ถ่ายภาพไว้ว่าใครหาเรื่องใคร ให้ภาพฟ้องคนทั้งประเทศและรายงานถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ส.ส.กระทำผิด นี่คือสภาอันทรงเกียรติ มาหาเรื่อง ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สวนกลับว่า “ทำไมเวลาพูดไม่คิด ใครเป็นคนเริ่ม” ทำให้นายสิระตอบกลับว่า คิดแล้ว และบอกว่าไม่ต้องมาพูดกับผมให้ไปทำหน้าที่ของคุณ” ทั้งนี้ตำรวจสภาได้แยกทั้ง 2 คนออกจากกัน

จากนั้นนายสิระให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ช่วยสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เพราะเดินไปทางไหนถูกนายมงคลกิตติ์เข้ามาก่อกวน รังควาน คุกคาม ในระหว่างเข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ พฤติกรรมเช่นนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องรับผิดชอบ ซึ่งระหว่างที่นายสิระให้สัมภาษณ์นายมงคลกิตติ์ ยืนสังเกตการณ์ข้างๆ อยู่ตลอด

ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า แทนที่นายสิระจะมีสำนึกขอโทษ ในฐานะลูกผู้ชาย และตนไม่ได้ทำอะไรเพียงต้องการสอบถามว่าสิ่งที่นายสิระพูดคิดก่อนหรือไม่ ที่ต่อว่า และด่าผู้อื่นลับหลังหลายครั้ง ซึ่งตนไม่ชอบ ยืนยันไม่เคยด่าว่านายสิระ และไม่เคยเริ่มก่อน

“มาว่าคนอื่นลับหลังแล้วไปฟ้องผู้ใหญ่เขาเรียกว่าอะไร ปกติเวลามีอะไรเคลียร์กัน ตกลงกันไม่ได้ก็ไปนอกห้องเรียน ไม่ต้องเอาครูบาอาจารย์มายุ่งเกี่ยว ฟ้องผู้ใหญ่ หรือฟ้องพ่อฟ้องแม่ ผมเป็นลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ ปกติผมเป็นคนอ่อนน้อม เพียงแต่ว่าเจอคนมีการศึกษาเราก็มีการศึกษา ลูกผู้ชาย ทำผิดตองรับผิด ผมไม่ใช่คนอันธพาล ผมเป็นลูกผู้ชายที่หยามไม่ได้ เราผิดตรงไหน ไม่ดีตรงไหนยอมรับ แต่นี่มาว่าลับหลัง ผมไม่ชอบ” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

จากนั้นเวลา 12.00 น. นายสิระได้ขึ้นมาพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่ห้องทำงานชั้น 3 อาคารรัฐสภา เพื่อรายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นนายสิระ เปิดเผยว่า ตนทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรจึงขอให้นายชวนดูแลความปลอดภัย ส.ส.ที่ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ให้มีใครมาคุกคาม หรือมาท้าตีท้าต่อย ซึ่งเมื่อวานนี้และวันนี้ ตนถูกคุกคามจากการทำหน้าที่ ส.ส.

ทั้งนี้นายสิระได้โชว์ข้อความที่นายมงคลกิตติ์ โพสต์ ในเฟสบุ๊กส่วนตัว ข้อความว่า “ไอ้สิระ กูเจอมึงที่ไหน กูจะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก รู้จักกูน้อยไป” มาแสดงให้เห็นว่า นายมงคลกิตติ์มีพฤติกรรมเช่นใด พร้อมกล่าวต่อว่า เมื่อกราบเรียนนายชวนแล้วว่าไม่ควรมีเรื่องดังนี้เกิดขึ้นในสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงที่นายสิระออกมาให้สัมภาษณ์นั้น นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มาพาตัวนายมงคลกิตติ์ ที่รออยู่หน้าห้องเข้าพบนายชวน เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับนายสิระ โดยเวลาประมาณ 10 นาที

จากนั้นนายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์ว่า มาพบนายชวน เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายชวนทราบอยู่แล้ว และเข้าใจว่าสิ่งที่นายสิระทำกับตน แรงมาก นายชวนได้ขอว่าในสภาฯ อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น และอยากให้นายสิระมาขอโทษ ซึ่งตนได้รับปาก เพราะเป็นลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้น เมื่อตนรับปากว่าจะไม่เกิดเรื่องใดๆ ในสภาฯ และในฐานะลูกผู้ชาย หากมาขอโทษเรื่องก็จบ ตนไม่ใช่พวกลอบกัดใคร เพราะไม่ใช่หมา แต่หากยังไม่ขอโทษ ตนก็จะมอบหมายให้ทนายความไป ฟ้องร้องดำเนินคดีที่ศาลอาญา ฐานหมิ่นประมาทในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. พร้อมยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ เพื่อกลบข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ พร้อมยอมรับว่าเมื่อวานบันดาลโทสะ ที่โพสต์ด่า แต่บังเอิญไปโดนข้อความที่โพสต์ จึงถูกลบไปไม่ได้มีเจตนาลบข้อความ

“ได้รับปากนายชวนแล้วว่า จะจบเรื่องหากเจอกันในสภาฯ ก็จะไม่ไปถามไปพูดไปคุย ซึ่งถือว่าถูกต้องแล้ว เพราะเป็นสภาฯ แต่ไม่รับปากว่าเจอข้างนอกจะเป็นอย่างไร และจะไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานร่วมกัน เพราะมีส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลมีหลายคน แต่ผมขอเดินคนละทางกับนายสิระ ทางใครทางมัน และไม่กังวลกรณีที่ถูกแจ้งความ เพราะไม่ได้มีโทษหนัก เป็นการบันดาลโทสะ แต่กรณีของนายสิระถือว่าหมิ่นประมาทผมถึง 2 ครั้ง”นายมงคลกิตติ์