Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส: เฟซบุ๊กเตรียมดำเนินทางการกฎหมายกับรัฐบาลไทย หลังบังคับบล็อกการเข้าถึงกลุ่มปิดที่พูดคุยเกี่ยวกับราชวงศ์

ปวิน

เฟซบุ๊กเผยกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อโต้แย้งทางกฎหมาย ภายหลังรัฐบาลไทยมีคำขอให้จำกัดการเข้าถึงเนื้อหาบนเฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการพูดคุยเรื่องราชวงศ์และสถาบันกษัตริย์
"หลังจากที่เฟซบุ๊กได้พิจารณาอย่างระมัดระวังและถี่ถ้วนแล้ว เราตัดสินใจที่จะจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ทางรัฐบาลไทยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย" ตัวแทนจากเฟซบุ๊ก ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึงบีบีซีไทยในช่วงบ่ายวันนี้ (25 ส.ค.)
แถลงการณ์จากเฟซบุ๊กระบุอีกว่า "ข้อเรียกร้องจากรัฐบาลเช่นครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่รุนแรง และขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล และยังส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออก การดำเนินงานของเฟซบุ๊กมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคน และขณะนี้เรากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อโต้แย้งในข้อกฎหมายต่อข้อเรียกร้องครั้งนี้" 
เมื่อคืนวันจันทร์ (24 ส.ค.) กลุ่มปิดบนเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน ถูกปิดกั้นการเข้าถึงในประเทศไทย โดยที่หน้ากรุ๊ปเพจปรากฏข้อความว่า "กลุ่มนี้ถูกจำกัดการเข้าถึงในประเทศไทยสืบเนื่องจากคำร้องขอทางกฎหมายจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม"
ตัวแทนจากเฟซบุ๊ก กล่าวอีกว่า การแทรกแซงที่เกินขอบเขตของรัฐบาลเช่นในกรณีนี้ยังถือเป็นการบั่นทอนความสามารถของเฟซบุ๊กในการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดถึงการดำเนินงานของสำนักงานในประเทศไทย การคุ้มครองดูแลพนักงานของบริษัทฯ และการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนโดยตรงต่อธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก
หลังจากไม่สามารถเข้าถึงได้ในประเทศไทย ดร.ปวิน ชัชวาลย์พงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและผู้จัดการ (แอดมิน) กลุ่มดังกล่าว ได้สร้างกลุ่มขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อว่า "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง" ซึ่งจนถึง 14.00 น. วันนี้ (25 ส.ค.) มีสมาชิกเข้าร่วมแล้วกว่า 510,000 บัญชีผู้ใช้งาน
ป้ายรอยัลลิสต์
คำบรรยายภาพ, ป้ายชื่อกลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" ในการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา ป้ายชื่อกลุ่มนี้เริ่มปรากฏในการชุมนุมของเยาวชนและประชาชนนับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำชื่อของกลุ่ม รวมทั้งภาพของนายปวินไปแสดงในที่ชุมนุมด้วย เพื่อประกาศตัวว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้
ดร.ปวิน ซึ่งขณะนี้อาศัยอยู่ในต่างประเทศ กล่าวกับบีบีซีว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์ม ให้คนไทยได้สนทนาอภิปรายกันอย่างเสรีในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ "สมาชิกบางคนของกลุ่มคิดว่ารูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอาจยังเป็นรูปแบบการปกครองที่ใช้ได้อยู่ แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อย ขณะที่บางคนคิดว่าจำเป็นต้องมีการปฏิรูปสถาบันฯ อย่างเร่งด่วน"
ดร.ปวิน ยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันฯ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยว่า "ผู้ที่ออกมาเรียกร้องได้ดันเพดานการพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับสถาบันฯ ให้ขึ้นไปสูงมาก และจะยังคงเป็นเช่นนั้นอย่างต่อเนื่อง…ขณะที่รัฐบาลพยายามใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากคนเหล่านั้น ด้วยการจับกุมแกนนำคนสำคัญ และปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลอย่างในกลุ่มของผมเป็นต้น และหากนักศึกษายังเคลื่อนไหวต่อ ก็อาจมีการใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้น อย่างการปราบปราม"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ความเห็นถึงการเตรียมดำเนินการทางกฎหมายของเฟซบุ๊กว่า หากมีการฟ้องร้อง ก็จะต้องต่อสู้กันทางกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการร้องขอให้มีการปิดกั้นการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เป็นการดำเนินการตามกฎหมายของประเทศไทย กฎหมายประเทศไทยว่าอย่างไร ทุกคนก็ต้องเคารพกฎหมายของแต่ละประเทศเช่นกัน
"เป็นเรื่องการดำเนินการตามกฏหมายไทยทั้งสิ้น แล้วก็ไม่เคยไปใช้อำนาจที่เรียกว่าเผด็จการ ซึ่งผมไม่ได้มีแล้ว ไปปิดมันไม่ใช่ เป็นการขอคำสั่งศาลในทุกตัว" นายกฯ กล่าว "การปิดเพจอะไรไปก็แล้วแต่ ก็เป็นการขอความร่วมมือและเป็นไปตามคำสั่งศาลทั้งสิ้น หากมีการฟ้องร้องดังกล่าวเราก็ต้องใช้กฎหมายไทยไปสู้ในทางกฎหมายของเรา และถึงแม้ในทางกฎหมายจะมีสิทธิเสรีภาพแต่ก็ต้องเป็นไปตามกฏหมายของไทย เหมือนกับที่เราไม่เคยไปผิดกฏหมายของประเทศอื่นเช่นกัน เรื่องนี้เราต้องมอง 2 ทางเสมอ"
บีบีซีไทยพยายามติดต่อนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ
อย่างไรก็ตาม นายพุทธิพงษ์ โพสต์ทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่ากระทรวงดิจิทัลฯ ได้ส่งหลักฐานเกี่ยวกับเว็บไซต์และบัญชีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ไปยังศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งให้ปิดกั้นการเข้าถึงเพจหรือลิงก์ต่าง ๆ แล้ว 1,389 รายการ ซึ่งศาลได้มีคำสั่งแล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องดำเนินการภายในวันนี้ (25 ส.ค.) ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่กลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ถูกปิดกั้นการเข้าถึงในคืนวันที่ 24 ส.ค.
พุทธิพงษ์
บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่ศาลมีคำสั่งให้ปิดกั้นการเข้าถึงนี้ เป็นบัญชีที่มีผู้แจ้งเบาะแสไปยังเพจ "อาสาจับตาออนไลน์" ของกระทรวงดิจิทัลฯ ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-21 ส.ค. ซึ่งมีทั้งสิ้น 5,282 รายการ (ยูอาร์แอล) ตรวจสอบแล้วเข้าข้อกฎหมาย 2,095 รายการ โดยมีทั้งเฟซบุ๊ก ยูทิวบ์ ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ และติ๊กต็อก (TikTok)
รมว.ดิจิทัลระบุอีกว่า หลังจากจบขั้นตอนของกระทรวงจะเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจใช้คำสั่งศาลติดตามดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
ส่วนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เมื่อได้รับคำสั่งศาลแล้วต้องรีบลบหรือปิด หากไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน อาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 27 พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โทษปรับ 200,000 บาท หรือโดนปรับวันละ 5,000 บาทต่อรายการจนกว่าจะลบ มีโทษทั้งคดีทางอาญาและเปรียบเทียบปรับ
ด้านตัวแทนกูเกิลประเทศไทย ระบุกับบีบีซีไทยว่า สำนักงานกูเกิลประจำประเทศไทย ไม่มีอำนาจในการระงับเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่ง หากมีการร้องขอจากรัฐบาลในการปิดกั้นเนื้อหาบนยูทิวบ์ ซึ่งกูเกิลเป็นเจ้าของและผู้ดูแลกิจการดังกล่าว ทางสำนักงานมีหน้าที่เพียงรับคำร้องจากรัฐบาลเพื่อให้สำนักงานใหญ่ที่สหรัฐฯ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

บก.ปอท. บอกเป็นเรื่องของกระทรวงดิจิทัลฯ

บีบีซีไทย สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และ โฆษก บก.ปอท. ระบุว่าเรื่องการปิดกั้นการเข้าถึงบัญชีสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องของกระทรวงดิจิทัลฯ เพราะอำนาจตามคำสั่งศาลนั้นผ่านความเห็นของคณะกรรมการของกระทรวง เมื่อถามว่า บก.อปท.ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง หลังจากที่กระทรวงดิจิทัลฯ ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ให้ดำเนินคดีกับแอดมินและผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มเฟซบุ๊ก "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุว่าไม่ทราบความคืบหน้า