Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

7 วิธีรับมือบูลลี่ในสถานศึกษา หลังนายกฯแฉเด็กบ่นไม่ชู 3 นิ้ว จะถูกกีดกัน


 กระแสปรากฏการณ์ชู 3 นิ้ว ผูกริบบิ้นและโบสีขาว เป็นเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการ ยังคงลุกลามทั้งในโรงเรียนพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนกลาง และในหลายจังหวัดทั่วประเทศ แม้ผู้บริหารโรงเรียนหลายแห่งจะสั่งห้าม หรือพยายามจำกัดวงของการทำกิจกรรมก็ตาม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า ไม่อยากให้เป็นประเด็นต่อไป เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของเด็กเหล่านี้ แต่จากการรับฟังความคิดเห็นเด็กๆ หลายคน เขาบอกในสถาบันศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับไหนมันมี “บูลลี่” กัน ถ้าใครไม่มาร่วมก็จะถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมชมรมเข้ากลุ่ม คิดว่านั่นคืออันตราย เพียงแต่ยกตัวอย่างที่ได้ฟังจากนักศึกษามา บางคนไม่ได้อยากมีส่วนร่วม แต่ถูกบูลลี่ถูกกีดกันอะไรหลายๆ อย่าง ขอให้ทุกคนหารือด้วยเหตุและผล


3 นิ้ว-โบขาวพราวไปทั่ว
3 นิ้ว-โบขาวพราวไปทั่ว

 คำว่า “บูลลี่” เริ่มปรากฏให้เห็นตามสื่อต่างๆ มากขึ้นในช่วงหลังมานี้ เนื่องจากสังคมเริ่มตื่นตัวกับการกลั่นแกล้งหรือ Bullying ที่ทำให้ผู้อื่นเจ็บตัวหรือรู้สึกแย่ โดยพฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นกับเด็กๆ และมักถูกรังแกจากเพื่อนที่โรงเรียนหรือคนในครอบครัวอย่างพี่น้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของเด็กที่ถูก “บูลลี่” และอาจทำให้เด็กเกลียดกลัวการไปโรงเรียน หรือมีปัญหาในการเข้าสังคมเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในที่สุด

โดยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “บูลลี่ กลั่นแกล้ง ความรุนแรงในสถานศึกษา” ในกลุ่มเด็กอายุ 10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน ของเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน พบว่า ร้อยละ 91.79 เคยถูกบูลลี่ วิธีที่ใช้บูลลี่มากที่สุด คือ การตบหัว ร้อยละ 62.07 รองลงมา ล้อบุพการี ร้อยละ 43.57 พูดจาเหยียดหยาม ร้อยละ 41.78 และอื่นๆ เช่น นินทา ด่าทอ ชกต่อย ล้อปมด้อย พูดเชิงให้ร้าย เสียดสี กลั่นแกล้งในสื่อออนไลน์ นอกจากนี้ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 35.33 ระบุว่า เคยถูกกลั่นแกล้งประมาณเทอมละ 2 ครั้ง ที่น่าห่วงคือ 1 ใน 4 หรือร้อยละ 24.86 ถูกกลั่นแกล้งมากถึงสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง

เด็กไทย 92% ถูกบูลลี่ตบหัว ล้อบุพการี
เด็กไทย 92% ถูกบูลลี่ตบหัว ล้อบุพการี

ส่วนคนที่แกล้ง คือ เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทั้งนี้ ร้อยละ 68.93 มองว่าการบูลลี่ถือเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่ง สำหรับผลกระทบที่เห็นได้ชัด ร้อยละ 42.86 คิดจะโต้ตอบเอาคืน ร้อยละ 26.33 มีความเครียด ร้อยละ 18.2 ไม่มีสมาธิกับการเรียน ร้อยละ 15.73 ไม่อยากไปโรงเรียน ร้อยละ 15.6 เก็บตัว และร้อยละ 13.4 ซึมเศร้า นอกจากนี้ เด็กๆ ยังต้องการให้ทางโรงเรียนมีบทลงโทษที่ชัดเจน มีครูให้คำปรึกษา จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจ

ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำข้อปฏิบัติเมื่อถูกกลั่นแกล้ง “บูลลี่” ดังนี้

1.ต้องตั้งสติให้รู้ตัวว่ากำลังเจอกับการรังแก

2.อย่าให้ผู้กลั่นแกล้งรู้สึกสนุกจากการตอบสนองของเรา

3.อยู่ในที่ปลอดภัย มีเพื่อนเข้าใจอยู่ข้างๆ

4.หากการกลั่นแกล้งยังรุนแรงให้พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่เข้าใจและรู้วิธีจัดการ

5.เดินจากไปอย่างสงบ ไม่ใส่ใจ

6.มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นและคุณค่าของเรา

7.ไม่เลือกใช้กำลัง เพราะนั่นอาจเป็นสิ่งที่ผู้กลั่นแกล้งต้องการ

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าเราไม่สามารถไปห้ามการบูลลี่ใครๆ ได้ เเต่เราสามารถเริ่มจากการห้ามตัวเองก่อน นั่นคือสิ่งง่ายๆ ที่จะทำให้ตัวเราและคนรอบข้างใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความปกติสุข...

ข้อมูลอ้างอิง:เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน