Header Ads Widget

Responsive Advertisement

Ticker

6/recent/ticker-posts

กลุ่มไทยภักดี จุดยืนเห็นด้วยกองทัพ หนุนทุ่ม 2.2 หมื่นล้าน ซื้อเรือดำน้ำ

 

กลุ่มไทยภักดี จุดยืนเห็นด้วยกองทัพ หนุนทุ่ม 2.2 หมื่นล้าน ซื้อเรือดำน้ำ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเรื่องการซื้อเรือดำน้ำ ระบุว่า

ได้ฟังคำชี้แจงจากทั้งกองทัพเรือและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถึงความจำเป็นในการซื้อเรือดำน้ำ

ทางพรรคเพื่อไทยเอาคำพิพากษาศาลฎีกามาตีความสรุปเองว่า เป็นการลงนามกับบริษัท ไชน่าชิปบิ้วดิ้งออฟชอว์ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่ใช่รัฐบาลจีน ถือว่าเป็นการลงนามไม่ถูกต้อง โดยอิงคำพิพากษาศาลฎีกาจากคดีจำนำข้าว ว่าการทำจีทูจีต้องเป็นการทำระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้น

แสดงว่าเรื่องนี้ทางพรรคเพื่อไทยเข้าใจผิด เพราะการลงนามระหว่างรัฐต่อรัฐกับทางการจีน อยู่ที่ว่ารัฐบาลจีนมอบอำนาจสินค้าตัวไหนให้ใครมีอำนาจ อย่างเช่นข้าว เขามอบให้ COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีอำนาจเต็ม เพียงแต่คดีจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไปอุปโลกน์รัฐวิสาหกิจจีนขึ้นมาเอง ทั้งๆ ที่เขาไม่มีอำนาจ และไม่ได้ส่งข้าวไปจีนจริง

ส่วนการซื้อขายเรือดำน้ำ ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจีนมอบอำนาจให้รัฐวิสาหกิจบริษัทไหน ซึ่งได้รับฟังคำชี้แจงจากฝั่งกองทัพเรือว่า เป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่รับมอบอำนาจจากรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นจีทูจีที่ถูกต้อง

ส่วนเหตุผลถึงความจำเป็น เพื่อความมั่นคงและดูแลผลประโยชน์ทางทะเลที่มีมากถึง 24 ล้านล้านบาท โดยมีการผ่อนชำระนาน 7 ปี ไม่ได้จ่ายครั้งเดียว 22,500 ล้านบาท และกว่าจะรับของประมาณปี 2570

ที่สำคัญกองทัพเรือได้ขอทางการจีนชะลอการจ่ายงวดปี 2563 ไปแล้ว 3,375 ล้านบาท และนำเงินส่วนนี้ ส่งคืนให้รัฐบาลเพื่อช่วยโควิด

จะเริ่มจ่ายปี 2564 ถึงปี 2570 เฉลี่ยปีละสองพันกว่าถึงสามพันกว่าล้านบาท ประกอบกับประเทศรอบบ้านไทย ล้วนมีศักยภาพเรื่องเรือดำน้ำกันเกือบทั้งสิ้น

กลุ่มไทยภักดีได้พิจารณาด้วยเหตุและผลจากทั้งสองฝ่าย บนพื้นฐานความเป็นจริง และอิงผลประโยชน์ของประเทศ จึงขอสนับสนุนกองทัพเรือ ในการจัดซื้อเรือดำน้ำตามแผน เพื่อความมั่นคงและปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของชาติต่อไป